การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
   English Version  English Version  

หัวข้อหลัก

  หน้าแรก
  เกี่ยวกับ กฟผ.
  ข่าวสาร กฟผ.
  เขื่อน/โรงไฟฟ้า
  สาระน่ารู้เรื่องไฟฟ้า/พลังงาน
  ประกวดราคา
  กฟผ. กับสังคม
  โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า Ft
  กฟผ. กับโครงการพระราชดำริ
  เรือนรับรองพิเศษ
  แผนที่ กฟผ.
  เวบไซต์ที่น่าสนใจ
  ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกฟผ.
 เงื่อนไข/ระเบียบการใช้บริการ
     อินเทอร์เน็ต กฟผ.

หน่วยงานธุรกิจ กฟผ.

  ธุรกิจระบบส่ง
  ธุรกิจบำรุงรักษา
  ธุรกิจเชื้อเพลิง
  ธุรกิจวิศวกรรม
  สำนักงานวิจัยและพัฒนา

EGAT Web Mail



  login
  
  password
  
  



สังคม/พัฒนา/ร้องทุกข์



ศูนย์รวมของผู้บริโภค, กรมการพัฒนาชุมชน, สภาบันพัฒนาองค์กร ชุมชน, ช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง, รักไทยให้ถูกทาง, ร้องทุกข์ITV




โครงการประหยัดไฟ กำไร 2 ต่อ


หัวข้อย่อย
วิธีประหยัดพลังงาน
ความรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้า
ความรู้เรื่องพลังงานนิวเคลียร์
บัญญัติ 10 ประการ การป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับ
อันตรายจากสายส่งไฟฟ้า (แรงสูง)
Power Pool
โครงการพัฒนาและผลิตถ่านอัดแท่ง
    จากลิกไนต์
โครงการข้าวกล้องเบอร์ ๕
โครงการประชาร่วมใจประหยัดไฟฟ้า
โครงการฉลากเบอร์ ๕
โรงไฟฟ้าชนิดต่างๆ
เกี่ยวกับพลังงานทดแทน
เครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
เครื่องดักจับฝุ่น
หอหล่อเย็น (Cooling Tower)
อันตรายจากสายส่งไฟฟ้า(แรงสูง)
พลังงานไฟฟ้าเมื่อผลิตจากโรงไฟฟ้าแล้วไม่สามารถเก็บสำรองไว้ใช้ในช่วงเวลาอื่นๆ ที่ต้องการได้ เมื่อมีความต้องการใช้ต้องมีพลังงานไฟฟ้าสนองความต้องการทันที ดังนั้นโรงไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องเดินเครื่องเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าส่งให้ผู้ใช้งานตลอดเวลา โดยอาศัยสายส่งไฟฟ้า(แรงสูง) ส่งถ่ายพลังงานไฟฟ้าพาดผ่านไปในท้องที่ต่างๆ ทั่วประเทศ สายส่งไฟฟ้ามีหน้าที่ส่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียว จะมีอันตรายแก่ตัวเราอย่างไร แต่อย่าลืมว่าไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น หากกระทำการใดๆ ที่ไม่ถูกต้อง อาจะเกิดอันตรายและทำให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

ทำไมจึงต้องใช้สายส่งไฟฟ้าแรงสูง
แหล่งผลิตไฟฟ้ามักจะตั้งอยู่ห่างไกลจากแหล่งใช้งานเพื่อลดการสูญเสียภายในสายส่งไฟฟ้าที่มีระยะทางไกลให้น้อยลง จึงทำการเพิ่มแรงดันโดยหม้อแปลงไฟฟ้าให้เป็น 69,115,230 และ 500 กิโลโวลต์ ตามลำดับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้สายส่งไฟฟ้าแรงสูง แรงดันที่สูงขนาดนี้แตกต่างจากที่ใช้งานตามบ้านเรือน ซึ่งมีแรงดัน 220 โวลต์ และแรงดัน 380 โวลต์ ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมหลายร้อยเท่า (1 กิโลโวลต์ = 1,000 โวลต์)

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากสายส่งไฟฟ้า
เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความประมาทและความอยากลอง จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าอุบัติเหตุที่เกิดจากสายส่งไฟฟ้าจนทำให้ต้องเสียชีวิตและทรัพย์สิน ของส่วนรวมไปเป็นจำนวนมาก พอสรุปเป็นข้อควรระวังได้ดังนี้

  • อย่านำลวดทองแดงเกี่ยวสายส่งไฟฟ้าเพื่อต่อไฟฟ้ามาใช้ : เพราะแรงดันไฟฟ้าในสายส่งไฟฟ้าแรงสูงมีระดับสูงกว่าไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านหลายร้อยหลายพันเท่า ไม่สามารถนำมาใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านอย่างสิ้นเชิง
  • อย่าถอดป้ายแสดงแนวเขตปลอดภัยออก : ควรมีป้ายแสดงอยู่ตลอดเวลา ถ้าถูกทำงายหรือสูญหายไปอาจทำให้ผู้ที่ไม่ทราบแนวเขตปลอดภัยของสายส่งและรุกล้ำเข้าไป ทำให้ได้รับอันตรายได้
  • อย่าปีนเสาโครงเหล็กสายส่งไฟฟ้า : สายส่งไฟฟ้าที่พาดบนเสาโครงเหล็กซึ่งมีลูกถ้วยเป็นฉนวนสำหรับยึดนั้น ในบางเวลาอากาศอาจมีความชื้นสูง หรือลูกถ้วยร้าว ไฟจะรั่วผ่านเสาโครงเหล็กลงดิน หากสายดินที่ต่ออยู่กับเสาโครงเหล็กเกิดชำรุด และเราไปสัมผัสอาจถูกไฟดูดเสียชีวิตได้
  • อย่าเล่นว่าวใกล้สายส่งไฟฟ้า : เส้นด้ายสายป่านจะเป็นฉนวนไฟฟ้า เฉพาะแรงดันต่ำเท่านั้น แต่จะกลายเป็นตัวนำสำหรับไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงดังนั้น ถ้าสายป่านไปถูกกับสายไฟเข้า กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านสายป่านว่าวเข้าหาตัวของผู้เล่นจนถึงขั้นเสียชีวิต
  • อย่าแตะต้งสายดินบริเวณโคนเสาไฟฟ้า : สายทองแดงที่ติดอยู่โคนเสาโครงเหล็กเป็นตัวนำหรือทางระบายกระแสไฟฟ้าลงสู่ดิน เมื่อมีไฟฟ้ารั่วหากไปจับต้อง จะเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • อย่าก่อไฟใต้สายส่งไฟฟ้า : การก่อไฟ เผาหญ้า เผาฟาง จะมีความชื้นและควันไฟอันเกิดจากการระเหยของน้ำในหญ้าหรือฟืน จะเป็นสื่อนำไฟฟ้าพุ่งลงดิน อันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
  • อย่าขว้างปาวัสดุขึ้นพาดสายส่งไฟฟ้า : จะทำให้เกิดลัดวงจรอย่างรุนแรงจนถึงขั้นสายขาดได้ ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน
  • อย่านำวัตถุสูงๆ ลอดสายส่งไฟฟ้า : การเคลื่อนย้ายวัตถุสูงๆ ควรมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากแตะเข้ากับสายไฟฟ้าจะทำให้เกิดการลัดวงจรลงดินได้
  • อย่าตัดต้นไม้ใหญ่ใกล้สายส่งไฟฟ้า : ต้นไม้ใหญ่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า ถ้าเห็นว่ากิ่งก้านมันสูง มีโอกาสโค่นลัมพาดสายไฟฟ้าได้ไม่ควรตัดเองควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปจัดการ
  • อย่ายิงนกที่เกะสายไฟฟ้าหรือใช้ลูกถ้วยเป็นเป้าซ้อมยิง : การยิงนกเกาะสายไฟฟ้าหรือยิงซ้อมมือนั้นอาจทำให้สายไฟฟ้าเส้นใดเส้นหนึ่งขาด เป็นผลให้เสาไฟฟ้าขาดความสมดุล เกิดการบิดตัวและฉุดกันลัมเป็นระยะทางยาว ซึ่งนอกจากเป็นอันตรายต่อชีวิตแล้วยังทำให้ระบบการส่งกระแสไฟฟ้าขัดข้องด้วย
  • อย่าหลบฝนใต้ต้นไม้ที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้า : ในขณะฝนตกหรือมีพายุมักจะมีฟ้าผ่า หรือไฟฟ้ารั่วเข้าหาต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆนั้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ควรอยู่ห่างๆเป็นดีที่สุด
  • อย่าปลูกสร้างอาคารใกล้แนวสายไฟฟ้า : ในการออกแบบสายส่งไฟฟ้านั้น ได้กำหนดให้สายส่งสูงจากพื้นดินไว้ตามมาตรฐานกำหนด การที่ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างสูงๆ ชิดแนวเขตสายไฟฟ้าทำให้ระยะความปลอดภัยของสายส่งไฟฟ้าลดลง ซึ่งเป็นอันตราย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
  • อย่าขโมยถอดชิ้นส่วนของโครงเสาไฟฟ้า : การถอดชิ้นส่วนของโครงเสาไฟฟ้าจะทำให้เสาขาดความแข็งแรง เมื่อมีพายหรือลมแรงจะทำให้เสาโค่นล้ม ทำให้ต้องงดจ่ายกระแสไฟ้ฟ้า หากพบควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ เจ้าหน้าที่ของ กฟผ. ณ. สถานีไฟฟ้าแรงสูงทุกแห่งเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ท่านสามารถชมเวบไซต์นี้ให้สวยงามด้วย: Microsoft Internet Explorer V4.0 ขึ้นไป ความละเอียด: 800 x 600 Text size: Medium



[ INTERNET ][ INTRANET ] [ SEARCH ][ COMMENT ]

Copyright 1997-2000 By Electricity Generating Authority of Thailand