เด็กยุคใหม่

เด็กยุคใหม่

อีก 5 ปีข้างหน้า  โครงสร้างของตลาดแรงงานโลกจะเปลี่ยนโฉมหน้าครั้งใหญ่  เพราระคนเจนวาย  หรือพวกพิลิลนเนียลส์ที่เกิดในยุคอินเตอร์เน็ตเจริญรุดหน้า  จะกลายเป็นแรงงานสำคัญของโลกที่เข้ามาแทนที่พ่อแม่ชาวเบบี้บูม  ซึ่งทยอยเกษียณอายุจนหมดลอดสุดท้ายปี 2025
เราคงปฏิเสธ “มนุษย์เจนวาย” ต่อไปไม่ได้แล้ว  เพราะในอนาคตพวกเขาจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  และสร้างชาติบ้านเมือง  ก่อนหน้านี้ชาวมิลเลนเนียลส์ถูกหยิบขึ้นมาตัแผ่อย่างต่อเนื่อง  ถึงขนาดไดัรับเกียรติขึ้นปกติตยสารไทม์  พาดหัวตัวโต The Me Me Me Generation สะท้อนถึงความเป็นเจนเนอเรชั่นที่ไร้แก่นสาร  หลงตัวเองอย่างหนัก  มั่นใจสูงปรี๊ด  ไร้สัมมาคารวะขาดความอดทน  เห็นแก่ตัวและพอใจจะเกาะพ่อแม่กิน
.
ตามทฤษฎีการแบ่งกลุ่มเจเนอเรชั่นในสังคมโลกของ “Strauss – Howe generational Theory” คนที่เข้าข่ายเป็นชาวมิลเลนเนียลส์คือเกิดระหว่างปี 1982 – 2004 อายุ 33 – 11 ปี เป็นยุครุ่นลูกรุ่นหลานของชาวเบบี้บูม (เกิดระหว่างปี 1946 – 1984) เด็กกลุ่มนี้ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมวงกว้าง  ก็เพราะผู้ใหญ่มักอ้างว่า  เป็นห่วงเป็นใยอนาคตของประเทศชาติ
.
ไม่ว่าพวกพี่ป้าน้าอาจะเต็มใจ หรือไม่เต็มใจ  แต่ยังไงซะโลกข้างหน้าก็ต้องอยู่ในมือชาวเจนวายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยในเว็บไซดต์ดิจิตอลมีเดียชั้นนำของโลก Mashable ระบุว่า  ภายในปี 2020 ประชากรรุ่นใหม่ที่เรียกว่าเจนวายจะมีจำนวนถึง 46% ของจะนวนคนวัยทำงานทั้งหมดในอเมริกา  ฉะนั้นสิ่งดีที่สุดที่ควรทำคือพยายามทำความเข้าใจเด็กสมัยนี้ให้มากๆ เพื่อจะมีชีวิตอยู่ร่วมกับพวกเขาอย่างแฮปปี้ที่สุด  เลิกจ้องจับผิดเด็กๆ มันได้แล้วป้า
มีผลการศึกษาวิจัยจากหลายสำนักเกี่ยวกับชาวเจนวาย  ดดยมุ่งเน้นไปที่การรับมือกับพนักงานใหม่ในวัยนี้  ซึ่งถูกพูดถึงมาตลอดว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ทำงานด้วยยาก  จนกลายเป็นปัญหาหนักอกของหลายองค์กร  ถ้าอย่างนั้นจะรับมือเด็กยุคใหม่ให้อยู่หมัดจะต้องทำยังไง
.
ในเว็บไซต์ INC  QUITY เสนอแนะว่า  ต้องมอบเป้าหมายให้ชัดเจน  เพราะเด็กรุ่นใหม่มีความมั่นใจในตัวเองสูง  พวกเขาจะมีความสุขมากเมื่อประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้  และมักมองหาแต่งานที่เต็มไปด้วยความท้าทาย  ถ้าไม่สนุกกับงานเมื่อไหร่ก็พร้อมลาออกอย่างไม่มีอยื่อใย  กระนั้น  เนื่องจากมั่นใจในตัวเองซะเหลือเกิน  เมื่อล้มเหลวไม่ได้ดังใจ  คนเจนวาายจะผิดหวังรุนแรงกว่าคนเจนอื่น (อันนี้เป็นข้อเสีที่พึงระวัง) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เด็กยุคใหม่ปลายองค์กรใหญ่ๆ ในเมืองไทย เช่น ค่ายทรู  คอร์ปอเรชั่น  ซึ่งเต็มไปด้วยพนักงาน เจนวาย ได้จัดโครงสร้างของตำแหน่งงานละเอียดยิบถึง 14 ขั้น  เพื่อปลุกเร้าให้ชาวมิลเลนเนียลส์รู้สึกว่ามีความก้าวหน้าในอาชัพการงานต่อเนื่อง  คนเจนวายไม่อีดเหมือนพี่ป้าน้าอานะคะ  ที่ทนก้มหน้าทำงานในตำแหน่งเดิมอยู่ได้ตั้งแต่สาวยันเกษียณ  โดยไม่ถามตัวเองว่าเราผิดอะไรถึงไม่ได้รับการโปรโมต!!
.
มนุษย์เจนวายมีความเป็นตัวของตัวเองสูง  และมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคนเจนอื่น  เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือ  พวกเขามักจะให้ความสำคัญกับคำว่าทีม  และเคร์เพื่อนร่วมงานมากกว่ารักองค์กร  เพราะคนเจนวายเกิดมาในยุคโซเชียลมีเดีย  ที่ต้องการการชื่นชมยอมรับจากสังคม  พวกเขาศรัทธาในพลังมวลชน  และการก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน  การแบ่งงานทำเป็นกลุ่มจึงเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเด็กยุคนี้  เพราะอะไรที่ทำแล้วโดดเดี่ยวไม่สนุก  ไม่มีเพื่อน  ชาวเจนวายจะห่อเหี่ยวไม่อยากทำ
มนุษย์เจนวายมีความทะเยอทะยานมากจนเห็นได้ชัดและต้องการความสำเร็จภายในชั่วข้ามคืน  ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะชอบเปลี่ยนงานบ่อยๆ เพื่อก้าวกระโดดอัพเงินเดือนตัวเอง  การจะซื้อใจพวกเขาได้จึงต้องหยิบยื่นโอกาสใหม่ๆ ให้อยู่เสมอ  สำหรับพวกเขาแล้วความสำเร็จและความก้าวหน้าในอาชัพการงานสำคัญกว่าตัวเลขเงินเดือนด้วยซ้ำ  พวกเขายังต้องการเวทีสำหรับแสดงออกทุกวัน  และอยากมีส่วนร่วมในทุกความสำเร็จขององค์กร  อะไรที่เป็นงานรูทีนซ้ำซากจำเจไม่ถุกสเปกคนเจนวาย  เมื่อพวกเขาทำอะไรสำเร็จก็อย่าลืมชมเสียงดังๆ ถึงจะได้ใจ.