ครูต้นแบบ

ครูต้นแบบครูต้นแบบคือใคร

ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ขอให้เรามาพิจารณาความหมายของคำว่า “แบบ” กัน
เสียก่อน  ตามพจนานุกรมคำว่า แบบ หมายถึง ตัวอย่างที่ใช้เป็นหลักหรือเป็น
แนวทาง  เพราะฉะนั้น  ต้นแบบ  ก็คือ  ตัวอย่างที่พึงใช้เป็นหลัก  เป็นแบบอย่าง
ในการปฏิบัติตาม  ถ้าถามว่าครูตันแบบคือใคร  ในเชิงของศาสนาโดยเฉพาะ
ศาสนาพุทธของเรา  ครูต้นแบบก็คือครูที่มีทั้งคุณความดี  ความรู้  และความสามารถในระดับที่บรรดาศิษย์ทั้งหลายพึงยึดเป็นตัวอย่างและปฏิบัติตามในเรื่องของการคิด  การพูด  การกระทำถูกต้องและดีงาม
.
โดยสรุปก็คือ ครูต้นแบบ หมายถึง ครูที่มีคุณสมบัติครบ 3 ประการ  ได้แก่
1.  คุณความดีทั้งด้านความคิด  การพูด  และการกระทำ
2.  มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม
3.  มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้และการปลูกฝังอบรมบ่มนิสัยศิษย์
.
บรรดาศิษย์ที่มีครูต้นแบบซึ่งมีคุณสมบัติสมบูรณ์พร้อมทั้ง 3 ประการดังกล่าว  ย่อมมีแรงบันดาลใจอย่างสูงที่จะพัฒนาตนตามครูต้นแบบของตน  ดังนั้นจึงกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า  ครูต้นแบบคือผู้สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคม  และสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลก
.
มาตรฐานครูต้นแบบ
การที่ครูจะทำหน้าที่ของครุตามคำนิยามดังกล่าวข้างต้นได้มากน้อยแค่ไหน  เป็นเรื่องที่ครูแต่ละคนจะต้องสำรวจตรวจสอบตัวเอง  ในการสำรวจตรวจสอบนั้น  ครูจะยึดถือใครเป้นแบบอย่าง  เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ถูกต้องสูงส่งดีงาม  และสามารถทำตามได้จริง  กาลเวลากว่าสอบพันห้าร้อยปีได้พิสูจน์ให้ชาวโลกเห็นประจักษ์กันโดยทั่วไปแล้วว่า  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรางเป็นศาสดาเอกของโลก  ผู้เป็นพระบรมครูของมนุษย์และเทวา  สามารถฝึกได้แม้บุคคลที่ฝึกได้ยาก  ทรางเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตและการทำหน้าที่ครูได้อย่างสมบูรณ์  ดังนั้นเมื่อเราจะมาหามาตรฐานของครูต้นแบบเพื่อครูทั้งแผ่นดิน  ก็เป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามศึกษาแนวทางปฏิบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าใจอย่างถ่องแทัแล้วยึดไว้เป็นมาตรฐานครูต้นแบบ
ความสำคัญของครูต้นแบบ
บางท่านอาจสังสัยว่า  เหตุใดจึงต้องแสวงหาครูต้นแบบกันอีกด้วย  ในเมื่อทุกคนล้วนมีครูต้นแบบกันอยู่แล้วตั้งแต่เกิด  กล่าวคือ  คนเราต่างเกิดมาพร้อมกับอวิชชา  คือความไม่รู้อะไรๆ เลย  แต่ละคนล้วนต้องศึกษา
หาความรู้ในหลังทั้งสิ้น  ถ้าขาดการศึกษาการอบรมสั่งสอน  คนเราก็ยังคงไม่รู้หรือโง่าเขลาอยู่นั่นเอง  แต่เพราะได้รับการอบรมสั่งสอน  การปลูกฝังคุณธรรม  และความรู้ความสามารถต่างๆ จากพ่อแม่บ้าง  จากคุณครูบ้าง  จากพระสงฆ์  ตลอดจนญาติผู้ใหญ่บ้าง  คนเราจึงสามารพัฒนาตนให้ยืนหยัดเลี้ยงชีวิตอยู่ในสังคมได้  ดังนั้นทุกคนจึงมีครูต้นแบบของตนเองแล้วไยจะต้องแสวงหาครูต้นแบบกันอีกเล่า
จริงอยู่ถึงแม้แต่ละคนล้วยมีต้นแบบอยู่แล้วก็ตาม  แต่ครูต้นแบบเหล่านั้น  ก็อาจจะมีคุณสมบัติของครูต้นแบบ 3 ประการ  ดังกล่าวไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ  เพราะแต่ละท่านก็ยังเป็นปุถุชน  ผู้หนาด้วยกิเลส  นี่คือความจริงประการหนึ่ง
.
ความจริงอีกประการหนึ่งก็คือ  การที่ผู้เลียนแบบจะกระทำให้ถูกต้องดีงามเหมือนต้นแบบทุกประการไม่ใช่เรื่องง่าย  ยิ่งถ้าครูตันแบบมีคุณสมบัติต่ำกว่ามาตรฐาน  ผู้เลียนแบบย่อมอยู่ในสภาพห่างไกลจากมาตรฐานออกไปอีก  นั่นคือ  แทนที่ผู้เลียนแบบจะเป็นคนคิดดี  ก็อาจจะคิดร้าย  เมื่อคิดร้าย  ย่อมพูดร้าย  และกระทำร้ายๆ ต่อไปอีก  ซึ่งจะเป็นเหตุให้สังคมมีปัญหาสับสนวุ่นวายไม่รู้จบ  เพราะเหตุนี้  ครูต้นแบบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  และในฐานะที่พวกเราเป็นพุทธสาวก  จึงสมความอย่างยิ่งที่จะเทิดทูนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระบรมครูผู้ทรงคุณวิเศษเหนือสัตวโลกตลอดภพ 3 ไว้เป็นครูต้นแบบตลอดกาล  โดยไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาบุคคลอื่นในมาแทน  แต่สิ่งที่จะต้องทำการศึกษาให้เข้าใจอย่างถูกต้องลึกซึ้ง  ก็คือ  พระธรรมคำสั่งสอนอันเป็นสัจธรรมและแนวทางการสั่งสอนของพระองค์  แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน
จากการศึกษาค้นคว้าหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องโลกและชีวิตตลอดเวลา 20  อสงไขยกับแสนมหากัป  ทำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ  อันเป็นเหตุให้ทรงเห็นแจ้งรู้แจ้งสัจธรรมทั้งปวง  ดดยไม่หลงเหลือสิ่งใดเป็นความลับสำหรับพระองค์ต่อไปอีก
.
พระองค์ได้ทรงชี้ชัดว่า  มีความจริงของโลก  ชีวตและจิตใจที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ไว้ 2 เรื่องใหญ่ คือ
1. เราเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้
2. มีกฎเหล็กกำกับชีวิตสัตวโลกเอาไว้แล้วคือกฎแห่งกรรม
.
สิ่งที่เราคิด  พูด  ทำลงไปนั้นไม่สูญเปล่า  จะมีผลเป็นกรรมติดตัวตลอดไป  แม้ไม่มีตำรวจมาจ้องตรวจสอบ  ไม่มียมบาลแวะเวียนมาดู  ไม่เห็นเทวดามาคอยจดบันทึก  แต่ก็มีผลติดตัวเราไป  กล่าวคือ ทุกสิ่งที่เราคิดทุกอย่างที่เราทำ  ทุกคำที่เราพูดล้วยมีผลติดตัวเราตลอดไป  ถ้าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นกรรมชั่ว  ผลแห่งกรรมชั่วนั้นก็จะตามล้างตามผลาญเราให้ตกต่ำไม่รู้จบรู้สิ้นเช่นกัน  ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่รู้  จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม  การกระทำล้วนมีผลต่อเราทั้งสิ้น
เช่นเด็กที่ไม่รู้ว่าไฟร้อน  ถ้าเอามือไปจับถ่านไฟเข้า  จับปั๊บมือก็พอง  ก็เจ็บ  นี่เป็นตัวอย่างทางก้านกายภาพ  แต่ว่าถ้าแทนที่จะไปจับถ่านร้อนๆ กลับไปจับหัวพ่อหัวแม่เล่นเข้าเท่านั้น  มีเรื่องตามมาอีกยาวเหยียด  มันไม่ใช่แค่ร้อนเหมือนไฟถ่าน  แต่มีผลอย่างอื่นที่ไม่น่าพึงพอใจตามมา  ภาษาพระท่านใช้คำว่ามีบาปกรรมตามมา
ในเมื่อทุกอย่างที่เราตั้งใจคิด  ทุกคำที่เราตั้งใจพูดและทุกสิ่งที่เราตั้งใจทำ  ล้วยเป็นกรรมติดตัวเรา
ถ้ากรรมนั้นเป็นกรรมไม่ดี  ก็จะตามล้างตามผลาญเราไปไม่เฉพาะในชาตินี้เท่านั้น  แต่ยังตามล้างตามผลาญข้ามชาติไม่ยอมเลิก  จึงมีภาษิตเป็นสำนวนไทยมาแต่ครั้งปู่ยาตายายของเราว่า  กงเกวียนกำเกวียน  คือเวรสนองเวร  หรือกรรมสนองกรรม  หมายความว่า  กรรมชั่วที่คนเราทำไว้จะตามบดขยี้ตัวเอง  เหมือนกงล้อเกวียนที่ตามบดขยี้รอยเท้าโคที่ลากเกวียนไปไม่รู้จบรู้สิ้น  ฉะนั้นตรงกันข้าม ถ้าสิ่งที่เราตั้งใจคิด  ตั้งใจพูด  ตั้งใจทำเป้นกรรมดีก็จะส่งผลให้เรามีแต่ความสุขความเจริญไม่เฉพาะในวันนี้  พรุ่งนี้  เดือนนี้  ปีนี้  ชาตินี้เท่านั้น  แต่ยังส่งผลให้เป็นความสุขความเจริญข้ามชาติต่อไปอีก

.
ดูจากพวกเราเองเป้นตัวอย่าง  ตั้งแต่เกิดมาก็มีสติมีปัญญา  ติดตัวมามากในระดับหนึ่ง  ทำให้เมื่อโตขึ้นก็สามารถเรียนรู้เรื่องความรู้ความดีได้มากกว่าคนอื่น  จนกระทั่งได้มาเป็นครูคน  ถ้าไม่มีผลแห่งกรรมดีติดตัวข้ามชาติมา  ก็ยากที่จะได้มาทำหน้าที่นี้  แค่จะเกิดเป็นคนยังยาก  อาจต้องกลายเป็นสัตว์โลกในทุคติ  แต่เพราะอาศัยกรรมดีที่มีติดตัวข้ามชาติมา  รวมกับกรรมดีที่สั่งสมหลังจากเกิดมาแล้ว  จึงได้มาเป้นครูต้นแบบในวันนี้
.
เพราะฉะนั้น  ถ้าปรารถนาจะให้คนทั้งโลกไม่ต้องไปทำ  กรรมชั่ว  ให้กงเกวียนหรือล้อเกวียนตามขยี้ตัวเองเหมือนกงล้องเกวียนที่ตามขยี้รอยเท้าโค  รอยเท้าควายเราต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้ทุกๆ คนในโลกนี้ทำกรรมชั่วตั้งแต่วันที่เกิดมา  วิธีที่ง่ายที่สุด  และมีประสิทธิภาที่สุดคือ ต้องเตรียมบุคคลต้นแบบรอไว้ตลอดเวลานั่นเอง
บุคคลหรือศิษย์คนใด  ได้บุคคลดีหรือครูดีเป็นต้นแบบ  บุคคลนั้นหรือศิษย์นั้นก็มีโอกาสเป็นคนดีหรือได้ดีตามครูมาอย่างรวดเร็ว  ไม่ต้องไปพลั้งเผลอสร้างกรรมชั่วให้ตามบดขยี้ให้ช้ำอกช้ำใจ  ตลอดชีวิตหรือข้ามชาติไปด้วย  เพราะฉะนั้น คนโชคดีคือคนที่เกิดมาแล้ว ได้ครูดีๆ เป็นต้นแบบ ถึงแม้พ่อแม่จะไม่มีมรดกเป้นพัน  เป็นหมื่น  เป็นแสนล้านกองเอาไว้ให้  หรือเกิดมามีรูปร่างหน้าตาไม่หล่อเหมือนดารา  ไม่วยเหมือนนางงามจักรวาล  แต่ว่าได้ครูดีเป็นต้นแบบ  เพียงแค่นี้ก็มีคุณค่ามหาศาลแก่ความหล่อความสวยเหล่านั้น  เพราะสามารถป้องกันไม่ให้ทำกรรมชั่วหรือเสวยผลกรรมชั่วตั้งแต่หัวเท่ากำปั้นแล้ว  ต่อแต่นี้ไปทุกลมหายใจเข้าออกมีแต่กรรมดี  มีแต่ผลบุญคุ้มครองตัวไปตลอดชีวิต  คำว่า ตกต่ำจะไม่มีเลย  มันวิเศษตรงนี้  สำหรับคนที่ได้ครูดีเป็นต้นแบบ
.
ความดีไม่เคยมีใครได้มาฟรี ถ้าเปรียบกับท้องไร่ท้องนา  ข้าวในนาไม่ได้มาฟรีๆ ต้องไถ  ต้องหว่าน  ต้องทดน้ำเข้านา  ต้องดูแล  ต้องใส่ปุ๋ยกันสารพัด  กว่าจะได้ข้าวในนามากิน  กว่าจะได้ข้าวมาแต่ละต้น  แต่ละรวงมาหุงเป็นข้างในหม้อให้เรากิน  เหมนื่อยแทบตาย  แต่หญ้าในนามันงอกขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลูก  มิหนำซ้ำถอนเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเตียน  ความดีเปรียบเหมือนข้างในนา  ปลูกแล้วปลูกอีก  บำรุงแล้วบำรุงอีก  กว่าจะได้เป็นข้าว  กว่าจะได้เป็นความดีติดตัวมาต้องใช้เวลา  ใช้ความพยายามในขณุที่การทำกรรมไม่ดีมันเกิดขึนได้เอง  เหมือนกับหญ้าในท้องนานั่นแหละ
.
เพราะฉะนั้น  การที่ใครจะได้มาเป็นครูต้นแบบจึงไม่ง่ายเหมือนปกกล้วยเข้าปาก  กว่าจะเป็นได้ต้องฝึกตัวเองชนิดฝึกแล้วฝึกอีก  ทั้งๆ ที่ฝึกแล้วฝึกอีก  แต่ก็ยังดีได้ไม่สมบูรณ์ เพราะ
1. สิ่งที่ไม่ดีก็ยังมีตกค้างอยู่
2. สิ่งที่เราคิดว่าดีแล้ว  แต่ดีกว่านี้ยังมีอยู่  นั่นแสดงว่าเรายังไม่ดีจริง
นี้เป็นเหตุให้เราต้องมีศึกษากันว่า  ครูต้นแบบที่มีจริงๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้มาตรฐานไว้ว่าอย่างไร
อ่านต่อฉบับหน้า